จะซื้อบ้านหนึ่งหลังต้องวางแผนให้ดี โดยเฉพาะเรื่องการเงินและงบประมาณ เพราะจะเป็นตัวชีวัดได้เลยว่าคุณจะซื้อบ้านในฝันได้หรือไม่ ดังนั้น การวางแผนจัดการเงิน ในระยะยาว จึงจำเป็นมากสำหรับคนที่เตรียมตัวซื้อบ้าน เพื่อให้การมีบ้านเป็นของตัวเองราบรื่นไม่ติดขัด โดยเฉพาะเมื่อค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้าน นั้นมีหลายอย่างเหลือเกิน
ในบทความนี้ Krabi Land and House จะพาทุกคนที่กำลังเตรียมตัวซื้อบ้าน ไปดู 9 เทคนิคจัดการเงิน ให้เป๊ะ เพื่อให้การซื้อบ้านราบรื่นไม่มีสะดุด ให้การมี “หนี้สิน” กลายเป็น “สินทรัพย์แห่งความสุข” จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!
วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีมากสำหรับคนเตรียมตัวซื้อบ้านที่มีรายได้ประจำ เมื่อได้เงินเดือนเข้ามา อาจใช้วิธีแยกเงินไปเก็บในบัญชีอื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอใช้จนลืมที่จะออม โดยสามารถเก็บออมได้ทีละเล็กละน้อย เมื่อเก็บได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เงินออมก้อนนี้ก็จะกลายเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้าน ได้อย่างแน่นอน
แต่จะออมเงินไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะรู้สึกยาวนานเกินไป การจัดการเงิน ที่ดีจึงต้องวางเป้าหมายในการออมเงินดูบ้าง เพื่อให้รู้สึกท้าทายและได้สนุกไปกับการออมเงินด้วย เช่น เดือนแรกอาจจะสะสมแบงค์ 50 เดือนที่สองอาจจะเก็บแบงค์ 100 จนครบเป้าหมายที่วางไว้ นั่นจะทำให้การเตรียมตัวซื้อบ้านของคุณเป็นเรื่องน่าสนุกและไม่เบื่อ
หากคุณมีบ้านที่อยากได้ในใจอยู่แล้ว ยิ่งทำให้การตั้งเป้าหมายเพื่อเตรียมตัวซื้อบ้านเป็นเรื่องง่าย โดยควรเก็บเงินดาวน์ให้ได้ 20% ของราคาบ้าน เพื่อช่วยให้คุณจ่ายดอกเบี้ยน้อยลง และช่วยให้ผ่อนบ้านหมดได้เร็วขึ้นนั่นเอง แถมการมีเงินเก็บยังช่วยให้การขอสินเชื่อผ่านง่ายขึ้นอีกด้วย
เพราะทุกวันนี้แค่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่ดี ๆ ก็อาจเผลอกดช้อปอะไรบางอย่างด้วยโปรโมชั่นที่สะดุดตา รู้ตัวอีกทีพัสดุก็เต็มบ้าน ดังนั้น หากใครที่ต้องการเตรียมตัวซื้อบ้าน ควรตั้งสติดี ๆ ก่อนใช้จ่าย ถ้าเป็นไปได้ลองคิดก่อนซื้อ เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง เตือนตัวเองไว้ ว่า ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้าน ยังมียิบย่อยอีกเยอะ!
ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลงแล้ว อย่าลืมลดหนี้สินให้มากที่สุดด้วยล่ะ เพราะปริมาณหนี้สินคือตัวชี้วัดสำคัญที่ธนาคารจะตัดสินว่าคุณจะกู้บ้านผ่านหรือไม่ ดังนั้น ใครที่กำลังเตรียมตัวซื้อบ้านควรเคลียร์หนี้สินให้หมดก่อนอย่างน้อย 3 - 6 เดือน โดยเฉพาะเรื่องผ่อนสินค้าที่ควรผ่อนให้หมดก่อนยื่นกู้เช่นกัน
การสร้างประวัติการเงินให้ดี เพื่อให้เครดิตบูโรสวยงาม ทำให้ได้เปรียบในการยื่นขอสินเชื่อ ด้วยการจัดการเงิน ให้มีคงเหลือติดบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และมีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญ ชำระหนี้ให้ตรงเวลา อย่าผิดนัด แค่นี้ก็จะทำให้การเตรียมตัวซื้อบ้านผ่านไปได้ราบรื่นแน่นอน
แม้จะเตรียมตัวซื้อบ้านอย่างดีจนมีเงินพอที่จะดาวน์บ้านได้แล้ว ก็อย่าลืมประเมินความสามารถในการผ่อนของตัวเองด้วย เพื่อไม่ให้การใช้ชีวิตของคุณตึงเกินไป จนบ้านกลายเป็นภาระไม่ใช่ความสุข ดังนั้น หากคิดว่าบ้านที่ต้องการมีราคาสูงเกินกำลัง อาจลองพิจารณาบ้านหลังใหม่ในราคาที่ต่ำลงมา
อีกหนึ่งการจัดการเงิน ที่อย่าลืม คือการมีเงินเก็บสำรองฉุกเฉิน เพราะธนาคารอาจไม่ได้อนุมัติวงเงินเต็มจำนวน บวกกับค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้าน ที่มีอีกหลายอย่าง เช่น ค่าจอง ค่าทำสัญญา ค่าตรวจบ้าน ค่าโอนกรรมสิทธิ์ ค่าประกันอัคคีภัย ฯลฯ เงินเก็บสำรองฉุกเฉินจะช่วยให้การเตรียมตัวซื้อบ้านเป็นไปอย่างรัดกุมยิ่งขึ้น
การศึกษาเรื่องดอกเบี้ยจะช่วยเปรียบเทียบโปรโมชั่นกู้สินเชื่อของแต่ละธนาคารในช่วงเตรียมตัวซื้อบ้านได้ ให้การตัดสินใจง่ายขึ้นเมื่อรู้ว่าธนาคารใดให้ดอกเบี้ยต่ำที่สุด รวมถึงเรื่องการรีไฟแนนซ์หลังผ่าน 3 ปีแรก จะช่วยให้การจัดการเงิน ง่ายขึ้นเมื่อดอกเบี้ยต่ำลง และค่างวดที่จ่ายไปเป็นเงินต้นมากขึ้น
และนี่คือ 9 เทคนิคการจัดการเงิน สำหรับคนเตรียมตัวซื้อบ้าน เพื่อการเป็นเจ้าของบ้านในฝันได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด และถ้าหากใครกำลังมองหาบ้าน ทาวน์โฮม หรือพูลวิลล่าในจังหวัดกระบี่ ให้ Krabi Land and House เป็นที่ปรึกษาและแนะนำตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อขาย จนถึงบริการหลังการขายได้เลย!